แก้มเยอะ

แก้มเยอะ แก้มป่อง ไขมันแก้มเยอะ ทำยังไงให้หน้าเรียวแบบขีดสุด!

เคยมั้ยครับ? เคยนอยด์เพราะแก้มเยอะ แก้มป่อง! จนไม่กล้าถ่ายรูปเข้าเฟรม จะไปออกงานหรือปาร์ตี้แทบจะไม่มีรูปเราร่วมวงกับเพื่อน ๆ วันนี้ที่หมอหยิบยกเรื่องแก้มก็เพราะว่า ช่วงนี้มีคนไข้เข้ามาปรึกษาหมอด้วยเรื่องไขมันกระพุ้งแก้มเยอะมากครับ พอมีเวลาว่างก็นึกขึ้นได้ว่าอยากจะลองจับประเด็นต่าง ๆ และรวบรวมข้อมูลที่คิดว่าทุกคนอาจสงสัย เช่น แก้มเยอะเกิดจากอะไร? แก้มเยอะเกิดจากกรรมพันธุ์หรือไม่? ไขมันกระพุ้งแก้มอยู่ตรงไหน? วิธีลดแก้ม หน้าเรียว มีอะไรบ้าง? วันนี้ใครที่อยากหาคำตอบทั้งหมดนี้ ติดตามอ่านกันได้เลยครับ

แก้มเยอะ เกิดจากอะไร?

แก้มเยอะ ไขมันกระพุ้งแก้มเยอะ เกิดจากมีไขมันสะสมที่เกิดจากการรับประทานอาหารที่มีแคลอรี่สูง อาหารจำพวกแป้ง ของมัน ๆ ของทอด และน้ำตาลเกินกว่าปริมาณที่เหมาะสม โดยแก้มเยอะ แก้มป่อง ไขมันแก้มเยอะไม่ได้เกิดเฉพาะคนอ้วนเท่านั้น แต่ยังสามารถเกิดได้รับคนที่ผอมได้ด้วยครับ นอกจากนี้ ปัญหาไขมันส่วนเกินเกิดได้จากระบบเผาผลาญไม่ดึงเอาไขมันส่วนบริเวณใบหน้าและลำคอมาใช้เผาผลาญเป็นพลังงาน แต่กลับไปเลือกใช้ส่วนอื่น ๆ แทนครับ รวมไปถึงอีกหนึ่งสาเหตุ นั่นก็คือ กล้ามเนื้อและผิวที่แก้มหย่อนคล้อยจากอายุที่มากขึ้น จึงทำให้แลดูหน้าบาน แก้มเยอะ แก้มป่อง นั่นเองครับ

ลดแก้มเยอะ ด้วยตัวเอง

การลดไขมันสะสมส่วนเกินบริเวณแก้มด้วยวิธีธรรมชาติ เป็นวิธีที่ปลอดภัย ไม่มีความเสี่ยง ส่งผลดีต่อสุขภาพองค์รวม รวมไปถึงรูปร่างที่สมส่วนทั่วร่างกาย แต่เป็นวิธีลดแก้มที่ต้องอาศัยวินัยในตัวเองนะครับ ต้องทำอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ รวมไปถึงวิธีลดแก้มแบบนี้ต้องใช้เวลาพักใหญ่ ๆ เลยครับถึงจะเห็นผล ดังนั้น จึงเหมาะกับคนที่ต้องมีเวลาและมีวินัยนะครับ

ควบคุมอาหาร

การลดไขมันสะสม เราต้องไม่เอาไขมันเข้าไปเพิ่มครับ โดยลดปริมาณอาหารประเภทไขมันเพื่อไม่ให้ร่างกายได้รับพลังงานเกินกว่าที่ต้องการในแต่ละวัน เปลี่ยนมาเลือกทานอาหารไขมันดี เช่น เนื้อปลาที่มีกรดไขมันสูง, น้ำมันมะกอก, น้ำมันดอกทานตะวัน, ธัญพืช, ถั่วเปลือกแข็ง, อะโวคาโด ฯลฯ นอกจากการหลีกเลี่ยงอาหารประเภทไขมันไม่ดีแล้ว การควบคุมและนับแคลอรี่ให้พอดีกับที่ร่างกายต้องการและสามารถเผาผลาญได้หมดในแต่ละวันเป็นสิ่งที่สำคัญมากครับ โดยผู้ชายควรได้รับพลังงานไม่เกิน 2,500 กิโลแคลอรี่ต่อวัน และผู้หญิงควรได้รับพลังงานไม่เกิน 2,000 กิโลแคลอรี่ต่อวันครับ

บทความที่เกี่ยวข้อง

  • เทรนด์ลดน้ำหนักโดยการกำหนดช่วงเวลา “อด-กิน” คืออะไร? ลดน้ำหนักได้จริงไหม? อ่านเพิ่มเติมได้ที่ IF คืออะไร

ดื่มน้ำเยอะ

“น้ำ” เป็นสิ่งสำคัญต่อร่างกายที่แทบจะขาดไม่ได้เลยครับ เพราะการดื่มน้ำประมาณ 8 แก้วต่อวัน หรือมากกว่านั้นส่งผลให้ระบบต่าง ๆ ภายในร่างกายทำงานได้เป็นปกติ รวมไปถึงเป็นการช่วยกระตุ้นการเผาผลาญของร่างกาย ส่งผลให้ร่างกายดึงเอาพลังงานจากส่วนต่าง ๆ และบริเวณแก้มมาใช้ได้มากยิ่งขึ้น ซึ่งจะช่วยลดไขมันส่วนเกินและลดแก้มเยอะได้ด้วยครับ

แก้มเยอะ

ปรับการนอน

หลายคนคงสงสัยว่า การนอนจะทำให้เป็นสาเหตุของแก้มเยอะได้อย่างไร ในความเป็นจริงแล้ว การนอนมีส่วนเชื่อมโยงให้เกิดการบวมของแก้มครับ การนอนหนุนหมอนต่ำ ๆ จะส่งผลให้ใบหน้าและแก้มบวมได้ ดังนั้น ควรหนุนหมอนหัวสูงในระดับที่พอดีเพื่อป้องกันไม่ให้หน้าบวม การปรับการนอนอาจไม่ได้ทำให้ไขมันที่แก้มลดลงได้ แต่เป็นวิธีที่ไม่ทำให้หน้าบวมแก้มเยอะมากขึ้นไปกว่าเดิมนะครับ

งดดื่มแอลกอฮอล์

การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณที่สูงและเป็นประจำ ทำให้มีการสะสมของไขมันเพิ่มขึ้น เนื่องจากแอลกอฮอล์มีแคลอรี่สูงและเป็นตัวขัดขวางการทำงานของระบบเผาผลาญของร่างกายไม่ให้เกิดขึ้นอย่างสมบูรณ์ครับ

ออกกำลังกายเผาผลาญไขมัน

นอกจากการควบคุมอาหารแล้ว การออกกำลังกายเป็นวิธีที่จะช่วยให้ร่างกายเผาผลาญไขมันสะสมได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะการออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ เช่น เดินเร็ว, วิ่ง หรือว่ายน้ำ ฯลฯ ซึ่งจะช่วยกระตุ้นการเผาผลาญของร่างกาย ช่วยลดน้ำหนักและไขมันส่วนเกินได้ หมอแนะนำว่าเราควรออกกำลังกายแบบคาร์ดิโออย่างน้อยวันละ 30-40 นาทีต่อวัน หรือ 150-300 นาทีต่อสัปดาห์ครับ

แก้มเยอะ

ท่าบริหารลดแก้ม หน้าเรียว

แม้ว่าในความเป็นจริง เราจะไม่สามารถลดไขมันเฉพาะส่วนด้วยตัวเองได้ แต่การบริหารกล้ามเนื้อบริเวณใบหน้าจะช่วยให้แก้มเยอะดูเล็กลงได้ครับ

ท่าที่ 1 ยกคาง Chin Up : ดันริมฝีปากล่างขึ้นเหนือริมฝีปากด้านบน แล้วยกคางให้สูงที่สุด ทำซ้ำวันไป 15 ครั้ง

ท่าที่ 2 ปากจู๋ Fish Face : ดูดแก้มทำปากจู๋ ทำค้างไว้ 15 วินาที ทำทั้งหมด 15 ครั้ง

แก้มเยอะ

ท่าที่ 3 หน้าเป็ด Duck Face : เป็นการบริหารกล้ามเนื้อส่วนกลางของแก้ม โดยเปิดปากแล้วดันริมฝีปากออกไปด้านนอก ทำทั้งหมด 15  ครั้ง

ท่าที่ 4 ปากเบี้ยว The Half Cringe : ดันมุมปากไปด้านข้างลักษณะเบะปากแล้วเกร็งกล้ามเนื้อที่คอ ทำซ้ำ 15 ครั้ง

ท่าที่ 5 กดจุดลดแก้ม หน้าเรียว Cheekbone Sculptor : เปิดปากลักษณะยิ้มให้เป็นรูปวงรี (ไม่ให้เห็นฟัน) กดนิ้วไปที่โหนกแก้มจากนั้นดันขึ้น ทำค้างไว้ 10 วินาที

แก้มเยอะ

ท่าที่ 6 จูบด้านข้าง Side Kisses : ทำปากจู๋ในลักษณะท่าจูบ จากนั้นย้ายริมฝีปากไปด้านข้างให้มากที่สุด ทำสลับข้างซ้าย-ขวา ทำซ้ำ 15 ครั้ง

ท่าที่ 7 หลับตาปี๋๋ Closed Eyes : หลับตาให้มากที่สุด ให้รู้สึกว่าแก้มตึงและยกขึ้น ทำค้างไว้ 3 วินาที ทำซ้ำ 15 ครั้ง

ขอบคุณภาพประกอบจาก : brightside.me

ลงทะเบียนปรึกษาฟรี

ลดแก้มเยอะ แก้มห้อย แบบเร่งด่วน

อย่างที่หมอบอกไปตอนต้นนะครับว่า วิธีลดแก้มแบบธรรมชาติ ต้องอาศัยความมีวินัยและต้องมีเวลา รวมไปถึงไขมันสะสมบริเวณแก้มก็เป็นตำแหน่งที่ลดได้ยากพอสมควรเลยครับ ดังนั้น หมอจึงแนะนำให้ใช้วิธีการลดแก้มทางการแพทย์ที่สามารถกำจัดไขมันได้อย่างตรงจุดมากที่สุด เห็นผลไว เหมาะสำหรับคนที่มีแก้มเยอะ มีไขมันกระพุ้งแก้มที่ยากจะกำจัดด้วยวิธีอื่น ๆ ครับ 

วิธีลดแก้ม หน้าเรียว ไม่ต้องผ่าตัด

HIFU เป็นการใช้คลื่นอัลตร้าซาวด์ที่เข้มข้นไปทำให้ไขมันแตกตัวในผิวหนังชั้นไขมัน เหมาะสำหรับนำมาใช้ลดแก้ม โหนกแก้ม กรอบหน้าเรียว

Thermatight เป็นการใช้คลื่นวิทยุลงสู่ชั้นผิวตั้งแต่ผิวหนังแท้ไปจนถึงชั้นไขมัน ทำให้เส้นใยคอลลาเจนหดตัว กระตุ้นการเผาผลาญพลังงานเซลล์ไขมัน ทำให้เซลล์ไขมันลดลง สามารถลดแก้ม ลดเหนียง ริ้วรอยดูดีขึ้น ผิวกระชับขึ้น

Venus Legacy เป็นการใช้คลื่นความถี่วิทยุแบบหลายขั้ว ทำให้เซลล์ไขมันกลายเป็นของเหลว จึงช่วยสลายไขมันได้ ทำได้ทั้งบริเวณลำตัวและใบหน้า รวมไปถึงลดแก้มได้ในระดับหนึ่ง

ฉีดสลายไขมันลดแก้ม หรือที่หลายคนรู้จักกันดีในชื่อ “ฉีดแฟตลดแก้ม” เป็นการฉีดตัวยาเข้าไปในชั้นผิวหนัง เพื่อเข้าไปสลายไขมันบริเวณต่าง ๆ เช่น ลดเหนียง ลดต้นแขน ลดหน้าท้อง ลดไขมันข้างรักแร้ รวมไปถึงลดแก้มได้ด้วยครับ

วิธีลดแก้ม หน้าเรียว แบบผ่าตัด

แก้มเยอะ

อีกหนึ่งวิธีที่ช่วยแก้ไขปัญหาแก้มเยอะได้อย่างตรงจุดถาวร นั่นก็คือ “การตัดไขมันกระพุ้งแก้ม” เป็นการตัดไขมันกระพุ้งแก้มที่อยู่ภายใต้กล้ามเนื้อส่วนล่างของใบหน้า ซึ่งเป็นไขมันที่อยู่ในชั้นลึก เหมาะสำหรับคนที่มีปัญหาแก้มเยอะ มีไขมันกระพุ้งแก้มอยู่ในชั้นใต้กล้ามเนื้อซึ่งไม่สามารถกำจัดด้วยวิธีธรรมชาติ การฉีดแฟต หรือการดูดไขมันแก้มได้ครับ โดยเป็นการผ่าตัดเล็ก ไม่ต้องใช้ยาสลบ ใช้เวลาในการผ่าตัดไม่เกิน 45 นาทีเท่านั้น เปิดแผลเล็ก พักฟื้นไม่นาน เหมาะสำหรับคนที่มีแก้มเยอะ แก้มป่อง แก้มไม่เท่ากัน และอยากมีแก้มเล็กแบบถาวร

การป้องกันไขมันแก้ม ไม่ให้แก้มป่อง แก้มห้อย

ปัญหาแก้มเยอะ แก้มป่อง แก้มห้อย หรือมีไขมันสะสมที่แก้มมาก สามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุข้างต้น ดังนั้น เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาขึ้น เราก็ต้องตัดไฟตั้งแต่ต้นลม ยึดจากวิธีลดแก้มด้วยตัวเองเลยก็ได้ ทั้งนี้ การป้องกันไม่ให้แก้มเยอะจะต้องทำในระยะยาว เพื่อผลลัพธ์ที่ชัดเจนและอยู่ได้นานนะครับ จะมีวิธีไหนบ้าง มาดูกัน

  • ปรับการกินให้สมดุล หากเรากินมากเกินไปหรือกินอาหารที่มีสารอาหารไม่ครบถ้วน นอกจากจะทำให้เสียสุขภาพแล้ว ยังอาจจะทำให้อ้วนขึ้นด้วยครับ และความอ้วนนั้นก็มีผลทำให้แก้มเยอะ แก้มป่องกว่าเดิม การปรับการกินให้พอเหมาะจึงสามารถป้องกันไม่ให้มีแก้มเยอะได้
  • ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ นอกจากการกินแล้ว การออกกำลังกายร่วมด้วยสามารถช่วยสร้างสมดุลให้กับร่างกายของเราได้ดีครับ หากคนไข้ชอบกิน แต่ยังออกกำลังกายตลอด ก็จะช่วยลดปริมาณพลังงานที่จะเปลี่ยนเป็นไขมันสะสมได้ แนะนำให้ออกกำลังกายอย่างน้อยวันละ 15-30 นาทีขึ้นไปนะครับ
  • ดื่มน้ำให้เพียงพอ เพราะน้ำเป็นตัวช่วยควบคุมน้ำหนักที่ดีมาก ๆ และปลอดภัยที่สุดตัวหนึ่ง ช่วยลดการเกิดไขมันสะสม ขับโซเดียม ขับน้ำตาล และสารพิษอื่น ๆ ที่อาจจะทำให้เรามีแก้มเยอะ แก้มบวมได้
  • พยายามไม่เครียด หรือหากิจกรรมสนุก ๆ ทำเพื่อคลายเครียดบ้างก็ใช้ได้ครับ ความเครียดมีผลต่อการสะสมไขมันในร่างกาย ทำให้หิวง่าย จนเราอ้วนขึ้นแบบไม่รู้ตัว สำหรับใครที่นึกไม่ออก อาจจะลองทำสมาธิ เล่นโยคะ หรือออกไปเที่ยวก็ได้ครับ
  • หลีกเลี่ยงอาหารแปรรูปหรืออาหารสำเร็จรูป เพราะอาหารจำพวกนี้มักจะมีปริมาณโซเดียมหรือน้ำตาลที่สูงมาก ๆ กินบ่อยเกินไปก็สามารถทำให้เราบวมโซเดียมหรือมีน้ำตาลในเลือดสูง ทำให้อ้วน แก้มเยอะ แก้มบวมป่องได้
  • พักผ่อนอย่างมีคุณภาพ นอกจากการนอนหลับให้เพียงพอแล้ว คนไข้ต้องเน้นการนอนหลับอย่างมีคุณภาพด้วยนะครับ ปิดไฟให้สนิท หยุดเล่นมือถือก่อนนอนสัก 1-2 ชั่วโมง ดื่มน้ำสักแก้ว ช่วยให้หลับสบาย ร่างกายได้ฟื้นฟูตัวเองอย่างเต็มที่

บทความที่เกี่ยวข้อง

รวมทุกข้อสงสัย ‘การตัดไขมันกระพุ้งแก้ม’ หมอวีตอบให้แล้ว!

A : การตัดไขมันกระพุ้งแก้ม เป็นการตัดไขมันกระพุ้งแก้มออกไปแบบถาวรครับ จะให้ผลลัพธ์ที่ถาวรกับเราตลอดไป แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมการรับประทานอาหารด้วยครับ เมื่อรับประทานอาหารจำพวกแป้ง ไขมัน และน้ำตาลในปริมาณสูง แคลอรี่สูง ไขมันสะสมก็จะกลับมาอีก ดังนั้น หมอจึงเน้นย้ำกับคนไข้เสมอครับ ว่าถ้าอยากให้ผลลัพธ์หลังตัดไขมันกระพุ้งแก้มอยู่กับเราไปแบบถาวร ต้องควบคุมอาหาร ไม่ตามใจปากนะครับ

A : แผลตัดไขมันกระพุ้งแก้มจะอยู่บริเวณภายในช่องปาก แถว ๆ ฟันกรามที่อยู่บริเวณกระพุ้งแก้ม เป็นการเปิดแผลยาวประมาณ 5-10 มิลลิเมตรครับ

A : หมอต้องขออธิบายกันสักนิดนึงนะครับว่า น้ำหนักตัวของเราไม่ได้มาจากปริมาณไขมันในร่างกายเท่านั้นนะครับ แต่น้ำหนักตัวประกอบไปด้วยกระดูก, อวัยวะภายใน, ของเหลว รวมไปถึงปริมาณไขมัน ดังนั้น เมื่อเราลดน้ำหนักโดยการควบคุมอาหารและออกกำลังกายจะทำให้น้ำหนักโดยรวมลดลง ส่วนไขมันสะสมที่หายไปเกิดจากการเผาผลาญพลังงานที่ได้จากการออกกำลังกาย ซึ่งระบบเผาผลาญแต่ละคนก็ไม่เหมือนกันอีก บางคนเผาผลาญได้ดี ไขมันที่แก้มก็หายไปเยอะ รวมไปถึงโดยปกติแล้ว การออกกำลังกายทุกประเภท ร่างกายจะเผาผลาญจากทุกส่วน ไม่มีการออกกำลังกายชนิดไหนที่ใช้ลดไขมันเฉพาะจุดได้ นี่จึงเป็นสาเหตุที่ว่า ทำไมออกกำลังกาย ลดน้ำหนัก แล้วแก้มไม่ยุบครับ

A : เมื่ออายุมากขึ้น ไขมันในชั้นผิวหนังจะหายไปเองตามกาลเวลาครับ เพิ่มเติม คือ กล้ามเนื้อและผิวหนังทุกส่วนของร่างกาย รวมไปถึงบริเวณแก้มจะหย่อนคล้อยตามไปด้วยครับ

A : ก่อนทำการผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้ม หมอจะมีการตรวจวิเคราะห์รูปหน้าและทำการออกแบบก่อนครับว่าจะต้องเอาไขมันกระพุ้งแก้มออกไปเท่าไหร่ บางรายที่มีโหนกแก้มสูง หมอก็ต้องเอาไขมันกระพุ้งแก้มออกในปริมาณที่พอดี เพื่อไม่ให้ใบหน้าดูตอบมากครับ ส่วนในรายที่ไม่ได้มีปัญหาโหนกแก้มสูง การตัดไขมันกระพุ้งแก้มจะไม่ทำให้ใบหน้าตอบแต่อย่างใดครับ

สรุป

          ปัญหาแก้มเยอะ แก้มป่อง มีไขมันกระพุ้งแก้มเยอะ สามารถใช้วิธีลดแก้มที่ทำได้เอง เช่น การควบคุมอาหาร, การปรับพฤติกรร และการออกกำลังกาย เพียงแต่ต้องมีวินัยในตัวเอง ทำอย่างเป็นประจำสม่ำเสมอ และถ้าหากอยากมีหน้าเรียว ลดแก้มเยอะแบบเร่งด่วนก็สามารถปรึกษาหมอได้นะครับ ใครจะเหมาะกับวิธีไหน ลองเข้ามาให้หมอตรวจประเมินกันได้ก่อนนะครับ

ปรึกษาแพทย์ที่ Amara Clinic

ลงทะเบียนปรึกษา คลิกที่นี่
ติ
ดต่อสาขารัชโยธิน : 062-946-2397
ติดต่อสาขาราชพฤกษ์ : 062-556-6623
ติดต่อทาง LINE : @amarasurgery
กดที่ลิ้งค์นี้ได้เลย >> https://lin.ee/ssQqAGV

ผู้ชำนาญการด้านศัลยกรรมตกแต่ง

นพ. วีรกานต์ สถิตนิรามัย (หมอวี)
แพทย์ศัลยกรรมตกแต่ง (Plastic Surgery)

ลงทะเบียนปรึกษาฟรี


              บทความนี้ จัดทำขึ้นโดย Amara Clinic (เอมาร่า คลินิก) ขอสงวนสิทธิ์ในการห้ามมิให้ผู้ใดใช้ประโยชน์ คัดลอก ทำซ้ำ หรือเผยแพร่บทความนี้ในนามอื่น (ไม่ว่าจะเป็นเนื้อหา, ข้อมูลทั้งหมด หรือบางส่วนก็ตาม) โดยไม่ได้รับอนุญาต หากพบเจอจะถูกดำเนินการตามกฎหมาย

    ใส่ความเห็น

    อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *