ตัวการที่ทำให้ผู้ชายมีนม! ฮอร์โมนเอสโตรเจน คืออะไรกันนะ?

ฮอร์โมนเอสโตรเจน (Estrogen) เป็นฮอร์โมนที่มีบทบาทสำคัญต่อการกำหนดความแตกต่างระหว่างเพศสภาพชายและหญิง อีกทั้งยังมีความสำคัญต่อการเจริญเติบโตของร่างกาย เพราะฮอร์โมนเอสโตรเจน คือฮอร์โมนชนิดหนึ่งที่ช่วยควบคุมกระบวนการทำงานต่าง ๆ โดยรวมของร่างกาย ซึ่งไม่ได้มีผลแค่กับเพศหญิงอย่างที่หลายคนเข้าใจ เราสามารถพบฮอร์โมนชนิดนี้ได้ทั้งในเพศหญิงและชายเลยครับ Estrogen มีหน้าที่หลักในการพัฒนาระบบร่างกายและระบบสืบพันธุ์ให้สมบูรณ์ ซึ่งมันจะดีมากหากในเพศชานมีฮอร์โมนเอสโตรเจนอยู่ในระดับที่พอดี

ในวันนี้หมอจึงอยากชวนหนุ่ม ๆ ที่กำลังมีปัญหาฮอร์โมนเอสโตรเจนสูง มาทำความเข้าใจว่าหากฮอร์โมนเพศหญิงสูงเกินไป จะทำให้ร่างกายของคุณผู้ชายมีความผิดปกติอะไรบ้าง?  เกิดเป็นภาวะเต้านมโตได้ไหม?  แล้วจะแก้ไขปัญหานี้ได้อย่างไร? เรามาหาคำตอบนี้ไปพร้อมกับหมอกันเลยครับ – หมอนิว Amara Clinic

ฮอร์โมนเอสโตรเจน คือ ฮอร์โมนเพศชนิดหนึ่ง มีแนวโน้มที่จะมีปริมาณในเพศหญิงสูงกว่าเพศชาย มีส่วนช่วยในการพัฒนาทางร่างกาย เช่น การขยายตัวของหน้าอก ทำให้หน้าอกใหญ่ ความผายของสะโพก การตกไข่ การมีประจำเดือน และ การตั้งครรภ์ เป็นต้น ฮอร์โมนเอสโตรเจนไม่ได้มีแค่ในร่างกายของผู้ที่เกิดมาเป็นเพศหญิงเท่านั้น แต่เพศชายก็สามารถมีได้ โดยจะทำงานควบคู่กับฮอรโมนเทสโทสเตอโรน อันเป็นฮอร์โมนเพศที่มีมากในเพศชาย ซึ่งฮอร์โมนทั้งสองชนิดจะต้องมีความสมดุลกัน มีมากเกินไปหรือน้อยเกินไป ก็จะทำให้เกิดโรคหรือภาวะต่าง ๆ ตามมาได้

ฮอร์โมนเอสโตรเจน มีกี่ประเภท?

เมื่อฮอร์โมนเอสโตรเจน คือ กลุ่มฮอร์โมนเพศที่ประกอบด้วยฮอร์โมนเพศหญิง 3 ชนิดหลายเป็นฮอร์โมนเอสโตรเจน คือ ฮอร์โมนเอสโทรน ฮอร์โมนเอสตราไดออล และฮอร์โมนเอสไตรออล

  • ฮอร์โมนเอสโทรน (Estrone หรือ E1)

     สร้างขึ้นหลังวัยหมดประจำเดือน มีปริมาณน้อยมากเมื่อเทียบกับฮอร์โมนชนิดอื่น ในเพศชาย เมื่อมีมากจะทำให้รู้สึกเบื่ออาหาร คลื่นไส้ และมีสมรรถภาพทางเพศลดลง

  • ฮอร์โมนเอสตราไดออล (Estradiol หรือ E2)

     สร้างมากในช่วงวัยเจริญพันธุ์ เป็นฮอร์โมนที่แข็งแรงที่สุดในกลุ่มฮอร์โมนเอสโตรเจน คือ เป็นฮอร์โมนที่มีผลต่อการพัฒนาโครงสร้างร่างกาย การเจริญเติบโตของระบบสืบพันธุ์ในเพศชายและเพศหญิง

  • ฮอร์โมนเอสไตรออล (Estriol หรือ E3)

     สร้างมากในช่วงที่ร่างกายกำลังตั้งครรภ์ ช่วยเตรียมร่างกายให้พร้อมกับการคลอด ทำให้ช่วงก่อนคลอด ฮอร์โมนนี้จะสูงมากครับ

ผู้ชาย กับ ฮอร์โมนเอสโตรเจน สัมพันธ์กันอย่างไร?

จะเห็นได้ว่า ฮอร์โมนเอสโตรเจน คือฮอร์โมนที่มีผลกระทบต่อร่างกายของเพศชายหลายอย่าง โดยส่วนใหญ่จะมาจากการที่ร่างกายของเพศชายมีการเปลี่ยนฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนเป็นฮอร์โมนเอสตราไดออล โดยการใช้เอนไซม์ชนิดหนึ่งที่เรียกว่า อะโรมาเตส (Aromatase) ซึ่งพบมากในชั้นไขมันใต้ผิวหนัง (Subcutaneous fat) ทำให้ผู้ชายที่น้ำหนักตัวเยอะจากไขมัน อ้วน หรือมีไขมันสะสมมาก มีฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนลดลง เพราะถูกเปลี่ยนเป็นฮอร์โมนเอสโตรเจนมากขึ้น ทำให้ไขมันมาสะสมใต้ชั้นผิวหนังมากขึ้น และซ้ำร้ายยังทำให้อะโรมาเตสมีที่อยู่มากขึ้น จนเป็นสาเหตุของอาการต่าง ๆ ที่ไม่พึงประสงค์ในผู้ชายตามมานั่นเองครับ

ระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนปกติในผู้ชาย

โดยทั่วไปแล้ว ฮอร์โมนเอสโตรเจน คือฮอร์โมนที่สามารถมีในเพศชายได้ แต่จะมีเพียงแค่สองประเภทเท่านั้น คือ ฮอร์โมนเอสโทรนและฮอร์โมนเอสตราไดออล ซึ่งจะมีปริมาณสูงมากในช่วงที่กำลังเจริญเติบโต และจะค่อย ๆ ลดน้อยลงเมื่ออายุเข้าวัยผู้ใหญ่

 

ฮอร์โมนเอสโทรน

ฮอร์โมนเอสตราไดออล

วัยเจริญพันธุ์ (อายุ 9-12 ปี)

ตรวจไม่พบ หรือ ไม่เกิน 16 พิโกกรัมต่อมิลลิลิตร

ตรวจไม่พบ หรือไม่เกิน 13 พิโกกรัมต่อมิลลิลิตร

วัยแรกรุ่น (อายุ 12-16 ปี)

ตรวจไม่พบ หรือไม่เกิน 60 พิโกกรัมต่อมิลลิลิตร

ตรวจไม่พบ หรือ ไม่เกิน 40 พิโกกรัมต่อมิลลิลิตร

วัยผู้ใหญ่ (อายุ 19 ปีขึ้นไป)

10-50 พิโกกรัมต่อมิลลิลิตร

10-40 พิโกกรัมต่อมิลลิลิตร

ผู้ชายที่มีระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนสูงเกินไป จะเกิดอะไรขึ้น? 

หากระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนไม่มีความสมดุล มีระดับที่สูงเกินไปหรือต่ำเกินไป จะส่งผลต่อร่างกายอย่างแน่นอนครับ โดนเฉพาะร่างกายของผู้ชายที่จะเห็นได้ชัดกว่า เพราะฮอร์โมนเอสโตรเจน คือฮอร์โมนที่มีมากในเพศหญิง และน้อยในเพศชายครับ

  • สมรรถภาพทางเพศลดลง (Erectile dysfunction)

    หรือ นกเขาไม่ขัน การหย่อนสมรรถภาพทางเพศ เป็นอาการที่อวัยวะเพศชายแข็งตัวได้ไม่สมบูรณ์ระหว่างการมีเพศสัมพันธ์ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการลดลงของฮอร์โมนที่ช่วยในการแข็งตัวและคงสภาพการแข็งตัวของอวัยวะเพศ และการลดลงของฮอร์โมนเทสโทสเตอโรน

  • มีบุตรยาก (Infertility)

    ฮอร์โมนเอสโตรเจน คือฮอร์โมนที่มีส่วนช่วยในการสร้างสเปิร์มให้แข็งแรง แต่หากมีมากเกินไป อาจจะทำให้สเปิร์มผิดปกติจนมีบุตรยากได้

  • เป็นโรคซึมเศร้า (Depression)

    เนื่องจากฮอร์โมนเอสโตรเจนช่วยลดระดับเอนไซม์ Monoamine Oxidase ซึ่งเป็นตัวทำลายสารสื่อประสาทในสมองอย่างเซโรโทนิน นอร์อิพิเนฟริน และโดปามีนให้มีปริมาณลดลง หรือกล่าวง่าย ๆ ว่าเป็นตัวช่วยในการรักษาระดับสารสื่อประสาทที่ส่งผลต่ออารมณ์และสุขภาพ ดังนั้น ระดับที่สูงเกินไปของฮอร์โมนเอสโตรเจน คือความเสี่ยงในการเป็นโรคซึมเศร้ามากกว่าปกติ เพราะสารสื่อประสาททำงานมากไป

  • ภาวะเข้าวัยหนุ่มสาวช้า (Delayed puberty)

    ฮอร์โมนเอสโตรเจนในระดับที่พอดีจะช่วยให้กระดูกเติบโตเต็มที่ทั้งในเพศชายและหญิง ดังนั้น หากมีมากเกินไปก็จะไปขัดขวางการเจริญของกระดูก ทำให้เด็กผู้ชายสูงช้า เข้าสู่วัยรุ่นล่าช้ากว่าคนอื่น

  • ภาวะเต้านมโต (Gynecomastia)

    เป็นภาวะที่สามารถเกิดขึ้นได้ในผู้ชายที่โตแล้ว เพราะฮอร์โมนเอสโตรเจน คือฮอร์โมนที่กระตุ้นการเติบโตของเต้านมในเพศหญิง ดังนั้น สำหรับเพศชายที่มีมากเกินไป จะทำให้เต้านมชายเข้าสู่ภาวะเต้านมโต เกิดจากปริมาณไขมันในเต้านมสูง ซึ่งสัมพันธ์กับการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนเทสโทสเทอโรนและไขมันใต้ผิวหนังที่หมอได้กล่าวไปด้วยครับ

เกร็ดความรู้ : ภาวะเต้านมโตในผู้ชาย (Gynecomastia)

เป็นภาวะที่เกิดได้จากหลายสาเหตุ ซึ่งจะมีลักษณะที่แตกต่างกันออกไปตามร่างกายและพฤติกรรมการใช้ชีวิตของแต่ละคน สามารถเกิดขึ้นได้ทุกช่วงวัย หลัก ๆ มักจะเกิดจากการกระตุ้นของฮอร์โมนเอสโตรเจน ทำให้มีการสะสมของไขมันที่มากขึ้น บวกกับไปกระตุ้นการเติบโตของเต้านม ทำให้เต้านมโตกว่าปกตินั่นเองครับอยากทราบวิธีแก้ไข?

อ่านเพิ่มเติมได้ที่บทความ > รักษาภาวะก้อนนมโต (Gynecomastia) ในผู้ชาย

ผู้ชายกินยาคุม ส่งผลต่อฮอร์โมนเอสโตรเจนไหม?

ยาคุมกำเนิดที่มีไว้กินเพื่อปรับฮอร์โมนนั้น มีทั้งหมดสองแบบด้วยกัน ซึ่งเป็นแบบยาเม็ดทั้งคู่ ได้แก่ ชนิดฮอร์โมนรวม (Combined Oral Contraceptive – COC) ประกอบด้วยฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจนเตอโรน และชนิดฮอร์โมนเดี่ยว (Progestrogen-only pills – POP) ประกอบด้วยฮอร์โมนโปรเจสโตรเจนอย่างเดียวเท่านั้น

จะเห็นได้ว่า ผู้ชายที่กินยาคุม จะส่งผลต่อฮอร์โมนเอสโตรเจนหรือไม่ ขึ้นอยู่กับชนิดที่กินครับ หากกินชนิดฮอร์โมนรวมก็จะส่งผลให้ฮอร์โมนเอสโตรเจนเพิ่มมากขึ้นแน่นอน ผู้ชายหลายคนสนใจจะกินยาคุมกำเนิดเพื่อรักษาสิวและบำรุงผิว ซึ่งแม้ว่ามันจะได้ผล แต่ก็ไม่คุ้มกับผลข้างเคียงที่ตามมาอยู่ดีครับ เพราะผลกระทบทั้งระยะสั้นและระยะยาวจากการเพิ่มขึ้นของฮอร์โมนเอสโตรเจน คือ การหยุดสูง วิงเวียน ผู้ชายนมแหลม นมใหญ่ขึ้นจนไม่มั่นใจ แถมหากทานไปนาน ๆ ยังส่งผลระยะยาว เป็นโรคหรือภาวะเหมือนที่หมอได้เล่าไปข้างต้นด้วยครับ

เกร็ดความรู้ : กินยาคุมกำเนิดแล้วหน้าอกใหญ่ขึ้นจริงไหม?

เมื่อผู้ชายกินยาคุมกำเนิดซึ่งมีส่วนประกอบเป็นฮอร์โมนเอสโตรเจนเข้าไป จะทำให้รู้สึกได้ว่าหน้าอกใหญ่ขึ้นเหมือนมีเต้านม เพราะฮอร์โมนเอสโตรเจน คือตัวช่วยควบคุมลักษณะทางเพศภายนอกและช่วยในการขยายตัวของต่อมน้ำนม ซึ่งเป็นผลข้างเคียงจากฮอร์โมนเอสโตรเจนที่อยู่ในยาคุมกำเนิด และแม้จะเป็นแค่ชั่วคราว แต่พอเลิกกิน อาการเหล่านี้ก็อาจจะหายไป หรือเหลือความใหญ่ไว้เพียงแค่นิดเดียว กินเยอะ ๆ นาน ๆ ไม่ได้แปลว่าจะหน้าอกใหญ่ถาวร แต่ก็ทำให้คุณผู้ชายหมดความมั่นใจจากผลข้างเคียงที่ยังหลงเหลืออยู่ได้ครับ

อ่านเพิ่มเติมได้ที่บทความ > ผู้ชายกินยาคุมได้จริงเหรอ?

วิธีลดฮอร์โมนเอสโตรเจน ป้องกันภาวะเต้านมโตของผู้ชาย

ภาวะฮอร์โมนเอสโตรเจนสูงเกินไป สามารถเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ โดยคุณผู้ชายสามารถใช้วิธีการลดฮอร์โมนเอสโตรเจนลง เพื่อไม่ให้เสี่ยงต่อการนำไปสู่ภาวะเต้านมโตในผู้ชายได้ครับ ซึ่งมีวิธีที่แตกต่างกันไป เช่น

    • การใช้ยาลดระดับเอนไซม์อะโรมาเตส ที่เป็นตัวเปลี่ยนฮอร์โมนชายเป็นฮอร์โมนเอสโตรเจน คือการยับยั้งการสร้างเอสโตรเจนนั่นเองครับ ซึ่งก็ไม่ได้มีผลลัพธ์ที่ชัดเจนเท่าไหร่
    • ออกกำลังกาย เพื่อลดไขมันลงก่อน หากผู้ชายนมแหลมเพราะมีไขมันสะสมใต้ผิวหนังมาก เป็นการลดพื้นที่อยู่ของเอนไซม์อะโรมาเตส และการออกกำลังกายยังจะทำให้สุขภาพโดยรวมดีขึ้นด้วยครับ
    • ลดหรืองดดื่มแอลกอฮอล์ เพื่อให้ตับได้ทำหน้าที่ในการกำจัดฮอร์โมนเอสโตรเจนอย่างเต็มที่ ทำให้ร่างกายเหลือฮอร์โมนเอสโตรเจนน้อยลง และเครื่องดื่มประเภทนี้มีแคลอรี่สูงมาก เสี่ยงต่อการเกินไขมันสะสม ทำให้ฮอร์โมนเทสโทสเทอโรนลดลงไปด้วย
    • ไม่ทานยาคุมกำเนิดโดยไม่ปรึกษาแพทย์ เพราะจะเป็นการเพิ่มฮอร์โมนเอสโตรเจนโดยตรง ผู้ชายนมแหลมจะต้องเลี่ยงอย่างเด็ดขาด เพราะถ้ายังกินยาคุมกำเนิดต่อไป ไม่ได้หยุดอยู่แค่ทำให้ผู้ชายนมแหลมแน่นอนครับ

รักษาภาวะเต้านมโต จากฮอร์โมนเอสโตรเจนสูงที่ Amara Clinic

สำหรับใครที่ใช้วิธีเบื้องต้นแล้วไม่สำเร็จ ไม่ต้องเป็นกังวลไปครับ เพราะที่ Amara Clinic หมอรับแก้ไขปัญหาผู้ชายนมแหลมอย่างครอบคลุม ไม่ว่าจะหน้าอกใหญ่ มีนม นมแหลมเพราะไขมัน ต่อมน้ำนมโต หรือเพราะทั้งไขมันและต่อมน้ำนมโตจากฮอร์โมนเอสโตรเจนสูง ก็สามารถแก้ได้เช่นกันครับ

  • ผ่าตัดลดขนาดหน้าอกชาย

    เป็นการแก้ไขนมแหลม หน้าอกใหญ่ของผู้ชายที่เกิดจากฮอร์โมนเอสโตรเจนสูงเกินไป จนทำให้ต่อมน้ำนมขยายใหญ่ขึ้น โดยหมอจะทำการผ่าตัดต่อมน้ำนมนี้ออกมา เพื่อให้คุณผู้ชายนมแหลมน้อยลงครับ

  • ดูดไขมัน + ผ่าตัดลดขนาดหน้าอกชาย

    วิธีแก้ไขสำหรับผู้ชายนมแหลม ที่เกิดจากทั้งไขมันสะสมและต่อนน้ำนมโต ซึ่งหมอจะแก้โดยทำการดูดไขมันสำหรับคุณผู้ชายและผ่าตัดต่อมน้ำนมควบคู่กันครับ

สรุป

     ปัญหาระดับที่ไม่สมดุลของฮอร์โมนเอสโตรเจน คือปัญหาใหญ่สำหรับคุณผู้ชายหลายท่านมาก ๆ ครับ ไม่ว่าจะเป็นโรคอ้วน ภาวะเต้านมโต หรือกล้ามเนื้อน้อย แต่ถ้าเรารักษาสมดุลของฮอร์โมนทั้งเอสโตรเจนและเทสโทสเตอโรนให้ดี ก็จะไม่มีปัญหาสุขภาพตามมา สามารถป้องกันได้ ภาวะผู้ชายนมแหลม หน้าอกใหญ่ เหมือนมีนมก็จะหลีกเลี่ยงได้ง่าย ๆ ลองสังเกตตัวเองดูก่อนว่านมแหลมเพราะอะไร จะได้หาวิธีแก้ไขอย่างถูกต้อง แต่ถ้าไม่แน่ใจว่าหน้าอกใหญ่ ผู้ชายนมแหลมจากไขมันหรือต่อมน้ำนมโต ก็สามารถเข้ามาให้หมอตรวจและปรึกษาพูดคุยถึงวิธีกำจัดนมแหลม หน้าอกใหญ่ของคุณผู้ชายกันก่อนที่ Amara Clinic ได้ทุกเมื่อครับ 

ปรึกษาแพทย์ที่ Amara Clinic

ลงทะเบียนปรึกษา คลิกที่นี่
ติ
ดต่อสาขารัชโยธิน : 062-946-2397
ติดต่อสาขาราชพฤกษ์ : 062-556-6623
ติดต่อทาง LINE : @amarasurgery
กดที่ลิ้งค์นี้ได้เลย >> https://lin.ee/ssQqAGV

ศัลยแพทย์เฉพาะทาง

นพ. ฤทธิกร พรไพศาลสกุล (หมอนิว)

ลงทะเบียนปรึกษาฟรี


              บทความนี้ จัดทำขึ้นโดย Amara Clinic (เอมาร่า คลินิก) ขอสงวนสิทธิ์ในการห้ามมิให้ผู้ใดใช้ประโยชน์ คัดลอก ทำซ้ำ หรือเผยแพร่บทความนี้ในนามอื่น (ไม่ว่าจะเป็นเนื้อหา, ข้อมูลทั้งหมด หรือบางส่วนก็ตาม) โดยไม่ได้รับอนุญาต หากพบเจอจะถูกดำเนินการตามกฎหมาย

    One thought on “ตัวการที่ทำให้ผู้ชายมีนม! ฮอร์โมนเอสโตรเจน คืออะไรกันนะ?

    1. Pingback: ตัดหน้าอก ผู้ชายมีนมใหญ่ ลดเต้านมส่วนเกิน (Gynecomastia)

    ใส่ความเห็น

    อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *